ทำไม “ฉลากสินค้า” ถึงมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

5 ปัจจัยที่ทำไมฉลากสินค้าจึงมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค

ทำไม “ฉลากสินค้า” ถึงมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

 

ในยุคที่การแข่งขันทางการตลาดดุเดือด และ ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมายฉลากสินค้า (Product Labels) ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ไม่เพียงให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ แต่ยังมีบทบาทในการโน้มน้าว และ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอย่างมาก ฉลากสินค้า คือ ส่วนที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ ซึ่งประกอบด้วยข้อความ ภาพกราฟิก สีสัน และ ข้อมูลต่างๆ เช่น ส่วนผสม วันหมดอายุ วิธีใช้งาน และ ข้อมูลโภชนาการ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ ตามข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ฉลากสินค้านั้นมีอิทธิพลต่อการซื้อถึง 85% ของการตัดสินใจของผู้บริโภค เพราะเป็นจุดสัมผัสแรก (First Point of Contact) ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ในขณะที่ตลาดออนไลน์ และ ออฟไลน์ได้เติบโตขึ้น ผู้บริโภคใช้เวลาเพียง 7 วินาทีในการตัดสินใจซื้อจากฉลาก ทำให้ฉลากไม่ใช่แค่ส่วนประกอบ แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง ดังนั้นบทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่าเหตุใดฉลากสินค้าจึงมีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค และ ผู้ประกอบการควรออกแบบฉลากอย่างไรให้ตอบโจทย์การตลาด และสร้างความเชื่อมั่น

5 สาเหตุที่ทำไมฉลากสินค้าจึงมีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค

1.ฉลากให้ข้อมูลที่จำเป็น ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจอย่างมีเหตุผล

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ ฉลากสินค้ามีผลต่อการตัดสินใจซื้อ คือ การให้ข้อมูลที่จำเป็น และ โปร่งใส ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อ ฉลากที่ดีต้องมีรายละเอียด เช่น ส่วนผสม วันผลิต และ หมดอายุ ค่าโภชนาการ และ คำเตือน ซึ่งเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดเพื่อปกป้องผู้บริโภค ในยุคที่ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือ ไม่เหมาะกับอาหาร เช่น สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ฉลากที่ระบุปริมาณน้ำตาลต่ำสามารถโน้มน้าวให้ซื้อได้ทันที เพราะช่วยให้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และ มั่นใจ

แต่อย่างไรก็ตาม หากฉลากสินค้าให้ข้อมูลไม่ชัดเจน หรือ มากเกินไป อาจทำให้ผู้บริโภคสับสน และ ไม่ซื้อ โดยฉลากที่ซับซ้อนอาจลดความสนใจลง 30% เพราะผู้บริโภคใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการอ่าน ดังนั้น การออกแบบฉลากที่ให้ข้อมูลสำคัญในรูปแบบ bullet points หรือ ไอคอนที่เข้าใจง่ายจึงช่วยเพิ่มการตัดสินใจซื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปที่มีฉลาก "โซเดียมต่ำ" หรือ "ไม่มีน้ำตาล" จะได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการดูแลสุขภาพ ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

2.การออกแบบฉลากที่ดึงดูดใจ สร้างความประทับใจแรกพบ

การออกแบบ ฉลากสินค้ามีบทบาทสำคัญในการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค และ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ เพราะเป็นสิ่งแรกที่ผู้บริโภคเห็นบนชั้นวางสินค้า ฉลากที่สวยงาม และ มีเอกลักษณ์สามารถสร้างความประทับใจแรกพบ (First Impression) และ มีโน้มน้าวให้หยิบสินค้าขึ้นมาดูได้ภายใน 7 วินาที การใช้สีสัน ภาพกราฟิก และ รูปแบบตัวอักษรที่เหมาะสมยังช่วยให้ฉลากโดดเด่นจากคู่แข่ง ทำให้ผู้บริโภคสนใจ และ ตัดสินใจซื้อมากขึ้น

ซึ่งการออกแบบ ฉลากสินค้าที่ไม่ดีอาจทำให้ฉลากดูไม่น่าดึงดูด และ ลดโอกาสการซื้อ ซึ่งฉลากที่สวยงามจะสามารถสร้างความสนใจได้ทันที และ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้ซื้อ ในไทย ผลิตภัณฑ์อย่างเครื่องดื่มชูกำลังที่มีฉลากสีสันสดใส และ โลโก้ที่โดดเด่นมักขายดีกว่าเพราะดึงดูดสายตาในร้านสะดวกซื้อ การออกแบบจึงไม่ใช่แค่ความสวยงามแต่เป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาที่ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อโดยไม่รู้ตัว

3.ฉลากสินค้าช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และ ภาพลักษณ์แบรนด์

ฉลากสินค้ามีบทบาทสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ (Credibility) และ ภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Image) ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคที่ต้องการความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ ฉลากที่ออกแบบอย่างมืออาชีพ และ มีข้อมูลโปร่งใสยังช่วยให้ผู้บริโภคเชื่อว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณภาพ และ มาจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ตัวอย่างเช่น ฉลากที่ระบุใบรับรองอย่าง "ออร์แกนิก USDA" หรือ "ไม่มี GMO" จะช่วยสร้างความไว้วางใจ และ เพิ่มยอดขายในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพได้

นอกจากนี้ ฉลากสินค้าช่วยสร้างแบรนด์ลอยัลตี้ (Brand Loyalty) โดยการใช้โลโก้ สี และ ข้อความที่สอดคล้องกับค่านิยมของผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น ฉลากที่ใช้สีน้ำเงินเพื่อสร้างความรู้สึกสงบ และ น่าเชื่อถือสามารถเพิ่มการซื้อได้ถึง 10-15% ตามจิตวิทยาสีอีกด้วย

4.ฉลากสินค้ามีผลทางจิตวิทยาต่อผู้บริโภค

ฉลากสินค้านั้นมีอิทธิพลทางจิตวิทยาที่จะช่วยโน้มน้าวการตัดสินใจซื้อ โดยใช้สี ภาพ และ ข้อความเพื่อกระตุ้นอารมณ์ และ ความต้องการ ตัวอย่างเช่น สีแดงสร้างความเร่งด่วน และ กระตุ้นการซื้อ impulse ขณะที่สีเขียวสร้างความรู้สึกสดชื่น และ สุขภาพดีสำหรับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ การใช้ภาพกราฟิกที่สวยงาม หรือ มีเรื่องราวแบรนด์ยังช่วยสร้างการเชื่อมโยงทางอารมณ์ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกผูกพัน และตัดสินใจซื้อได้ทันที

5.ฉลากส่งเสริมความยั่งยืน และ ความรับผิดชอบต่อสังคม

ในปัจจุบันที่ผู้บริโภคไทยได้ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ฉลากสินค้าที่ระบุ "รีไซเคิลได้" หรือ "เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" จะมีอิทธิพลต่อการซื้ออย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม millennial และ Gen Z ที่ 70% ยินดีจ่ายแพงกว่าเพื่อสินค้าที่ยั่งยืน ฉลากที่ให้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เช่น "ใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล" หรือ "ไม่ทดลองกับสัตว์" ยังจะช่วยโน้มน้าวผู้บริโภคที่ใส่ใจสังคมให้ซื้อ และ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แบรนด์ได้อีกด้วย

ดังนั้นจากที่กล่าวมาจะเห็นว่าฉลากสินค้าไม่ใช่แค่ “ป้ายบอกข้อมูล” แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และ อัตลักษณ์ของแบรนด์ อีกทั้งยังมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ซึ่งผู้ประกอบการที่เข้าใจบทบาทของฉลากสินค้า และ ถูกออกแบบมาอย่างมีกลยุทธ์ จะสามารถสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่า และ เพิ่มการแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน โดยหากต้องการเครื่องพิมพ์ฉลากสินค้า ที่มีคุณภาพเราขอแนะนำ บริษัท ดี-สมาร์ท จำกัด รับผลิต และ จําหน่ายเครื่องพิมพ์คุณภาพสูงพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจ เรานำเสนอเครื่องพิมพ์คุณภาพสูง แบบต่างๆที่เหมาะสำหรับธุรกิจทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการเพิ่มความสามารถในการผลิต หรือ องค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการเครื่องพิมพ์ที่มีประสิทธิภาพและ เทคโนโลยีทันสมัย เรามีบริการครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา การเลือก เครื่องพิมพ์ที่เหมาะสม ไปจนถึงการพิมพ์ฉลากสินค้าคุณภาพสูงในราคาคุ้มค่า เพื่อช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ และ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของคุณ


 

ติดต่อสอบถาม

บริษัท ดี-สมาร์ท จำกัด
88/8 หมู่ที่ 7 ต.ศีรษะจรเข้ใหญ่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 10570
Phone : 02-346-1216 Fax : 02-346-1215
Hotline : 082-968-9241090-887-7223
E-mail : dsmartit@hotmail.com
Tax : 0105546131739