เครื่องปริ้นบาร์โค้ดแบบ Direct Thermal vs Thermal Transfer ต่างกันยังไง?

ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกเครื่องปริ้นบาร์โค้ดแบบ Direct Thermal หรือ Thermal Transfer

เครื่องปริ้นบาร์โค้ดแบบ Direct Thermal vs Thermal Transfer ต่างกันยังไง?

 

ในยุคที่ธุรกิจต้องพึ่งพาระบบบาร์โค้ดในการจัดการสินค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีก โรงงาน คลังสินค้า หรือ ธุรกิจโลจิสติกส์ “เครื่องปริ้นบาร์โค้ด” จึงกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยให้การทำงานเป็นระบบและ มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เมื่อพูดถึงเครื่องปริ้นบาร์โค้ด หลายๆคนอาจสับสนว่าแบบ Direct Thermal และ Thermal Transfer ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับการใช้งานของตนเองที่สุด ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจเทคโนโลยีทั้งสองแบบอย่างละเอียด เปรียบเทียบข้อดี–ข้อเสีย พร้อมแนะแนวทางเลือกใช้งานให้คุ้มค่าที่สุดเพื่อให้สามารถเลือกใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นั้นเอง

ทำความรู้จักเครื่องปริ้นบาร์โค้ด คือ อะไร

ต้องเข้าใจก่อนว่าเครื่องปริ้นบาร์โค้ด (Barcode Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพิมพ์ฉลากที่มีข้อมูลบาร์โค้ด เช่น ฉลากสินค้า ป้ายราคา หรือ สติกเกอร์ส่งของ เครื่องพิมพ์ชนิดนี้แตกต่างจากเครื่องพิมพ์ทั่วๆไปเพราะให้ความละเอียดสูง พิมพ์ได้ต่อเนื่อง และ รองรับวัสดุได้หลากหลายชนิด เช่น กระดาษเคลือบ พลาสติก หรือ ฉลากกันน้ำ โดยทั่วไปแล้วเครื่องปริ้นบาร์โค้ด จะใช้ เทคโนโลยีการพิมพ์ด้วยความร้อน (Thermal Printing) เป็นหลัก ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Direct Thermal (พิมพ์ด้วยความร้อนโดยตรง) และ Thermal Transfer (พิมพ์ผ่านผ้าหมึกริบบอน) ซึ่งต่อไปนี้เราจะมาดูถึงความแตกต่างกับทั้ง 2 ระบบนี้กัน

หลักการทำงานของเครื่องปริ้นบาร์โค้ดแบบ Direct Thermal

เครื่องปริ้นบาร์โค้ดแบบ Direct Thermal นั้นจะทำงานโดยใช้หัวพิมพ์ความร้อน (Thermal Head) สัมผัสกับกระดาษเคลือบความร้อน (Thermal Paper) เมื่อหัวพิมพ์ร้อนขึ้น จะทำให้สารเคลือบบนกระดาษเปลี่ยนสี กลายเป็นตัวอักษร หรือ บาร์โค้ด

โดยข้อดีของ Direct Thermal นั้นได้แก่ ไม่ต้องใช้ผ้าหมึก (Ribbon) ช่วยลดต้นทุน และ ดูแลง่าย , พิมพ์เงียบ และ รวดเร็ว จึงเหมาะกับงานพิมพ์ต่อเนื่องจำนวนมาก , บำรุงรักษาง่าย เนื่องจากมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่า และ มีขนาดเครื่องกะทัดรัด จึงเหมาะกับร้านค้า หรือ จุดขายที่มีพื้นที่จำกัด นั้นเอง

แต่ข้อเสียของเครื่องปริ้นบาร์โค้ด Direct Thermal ก็มี เช่น มีอายุการใช้งานของฉลากสั้น หมึกจะค่อย ๆ จางเมื่อโดนแสงแดด ความร้อน หรือ ความชื้น , ไม่เหมาะกับงานเก็บข้อมูลระยะยาว เช่น ป้ายสินค้าคงคลัง หรือ สินค้าส่งออก และ เป็นวัสดุสิ้นเปลือง (Thermal Paper) ที่มีราคาสูงกว่ากระดาษธรรมดาเล็กน้อย นั้นเอง

หลักการทำงานของเครื่องปริ้นบาร์โค้ดแบบ Thermal Transfer

เครื่องปริ้นบาร์โค้ด Thermal Transfer นั้นจะใช้หลักการคล้ายกับแบบ Direct Thermal แต่เพิ่มขั้นตอน “การถ่ายหมึกผ่านริบบอน (Ribbon)” เข้ามา โดยหัวพิมพ์จะให้ความร้อนกับริบบอนที่เคลือบหมึก เมื่อหมึกหลอมละลาย จะถูกถ่ายลงบนฉลาก ทำให้ภาพ หรือ ข้อความติดแน่นทนนานกว่านั้นเอง

โดยข้อดีของเครื่องปริ้นบาร์โค้ดแบบ Thermal Transfer ได้แก่ มีความทนทานต่อแสงแดด ความร้อน และ สารเคมี จึงเหมาะกับงานอุตสาหกรรม หรือ โลจิสติกส์ , สามารถพิมพ์บนวัสดุที่หลากหลายชนิดได้ เช่น พลาสติก ฟอยล์ หรือ ฉลากเคลือบพิเศษ , มีบาร์โค้ดคมที่ชัดแม้เก็บไว้เป็นเวลานานหลายปี และ เหมาะกับการพิมพ์ป้ายสินค้าระยะยาว เช่น ป้ายทรัพย์สิน หรือ ฉลากสินค้าส่งออก อีกด้วย

แต่ข้อเสียของเครื่องปริ้นบาร์โค้ด Thermal Transfer ก็มี เช่น ต้องใช้ริบบอนร่วมกับฉลาก ทำให้ต้นทุนสูงกว่าแบบ Direct Thermal , ต้องมีการเปลี่ยนริบบอนเมื่อใช้หมด ทำให้ต้องใช้เวลาในการบำรุงรักษามากกว่า และ มีขนาดเครื่องใหญ่กว่าเล็กน้อย นั้นเอง

วัสดุที่ใช้กับเครื่องปริ้นบาร์โค้ดแต่ละประเภท

เครื่องปริ้นบาร์โค้ดแต่ละแบบนั้นจะต้องใช้วัสดุที่แตกต่างกันในการใช้งานซึ่งสามารถแยกออกได้ ดังนี้

  1. เครื่องปริ้นบาร์โค้ด Direct Thermal - นั้นสามารถใช้งานกับ กระดาษ Thermal Label ที่เคลือบสารไวต่อความร้อที่มักมีพื้นผิวเรียบ เนียน และ เป็นสีขาว
  2. เครื่องปริ้นบาร์โค้ด Thermal Transfer - นั้นสามารถใช้งานร่วมกับวัสดุหลากหลายชนิด เช่น กระดาษกึ่งมัน (Semi-gloss) , กระดาษมัน (Glossy) , ฟิล์มโพลีเอสเตอร์ (Polyester Film) , ฟิล์มโพลีโพรพิลีน (PP) หรือ โพลีเอทิลีน (PE) และ ยังสามารถใช้คู่กับริบบอนชนิดต่าง ๆ เช่น Wax, Wax/Resin, Resin ได้อีกด้วย

 

ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกเครื่องปริ้นบาร์โค้ด

ในการเลือกใช้งานเครื่องปริ้นบาร์โค้ดแต่ละประเภทนั้นไม่ใช่แค่ดูราคา หรือ ยี่ห้อ เพียงเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น 

  1. ลักษณะของงานพิมพ์ — ว่าใช้ฉลากชั่วคราว หรือ ระยะยาว
  2. ปริมาณการพิมพ์ต่อวัน — ถ้ามีงานจำนวนมาก ควรเลือกเครื่องอุตสาหกรรมจะเหมาะสมกว่า
  3. ชนิดวัสดุฉลากที่ใช้ — ว่าต้องเป็นกระดาษ ฟิล์ม หรือ พลาสติก
  4. สภาพแวดล้อมการใช้งาน — ในสภาวะการใช้มีอุณหภูมิสูง ความชื้น หรือ มีการสัมผัสแสงแดด หรือ ไม่
  5. งบประมาณ และ ต้นทุนต่อแผ่น — เครื่องปริ้นบาร์โค้ดบางรุ่นอาจถูกกว่าแต่ค่าใช้จ่ายระยะยาวในการซ่อมบำรุงอาจสูงกว่า

โดยการเลือกเครื่องปริ้นบาร์โค้ดให้เหมาะสมควรดูจากลักษณะของการใช้งานหลักเป็นสำคัญ ซึ่งถ้าคุณต้องการ ความรวดเร็ว ใช้งานง่าย ราคาประหยัด เหมาะกับงานพิมพ์ระยะสั้น ควรเลือกใช้แบบ Direct Thermal หรือ ถ้าคุณต้องการ ความคมชัด ทนทาน และ มีคุณภาพสูง เหมาะกับการใช้งานระยะยาว หรือ ในอุตสาหกรรม ควรเลือกเครื่องปริ้นบาร์โค้ด Thermal Transfer นั้นเอง

ดังนั้นจากที่กล่าวมาเครื่องปริ้นบาร์โค้ดทั้งสองเทคโนโลยีต่างก็มีจุดเด่นของตนเอง และ ไม่มีแบบใด “ดีกว่า” เสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับความต้องการของธุรกิจ หากเลือกให้เหมาะสม จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว และ ยกระดับประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าได้อย่างมีระบบ ซึ่งหากสนใจเครื่องปริ้นบาร์โค้ดที่มีประสิทธิภาพนั้นเราขอแนะนำ บริษัท ดี-สมาร์ท จำกัด รับผลิต และ จําหน่ายเครื่องปริ้นบาร์โค้ดคุณภาพสูงพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจ เรานำเสนอเครื่องพิมพ์คุณภาพสูง แบบต่างๆที่เหมาะสำหรับธุรกิจทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการเพิ่มความสามารถในการผลิต หรือ องค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการเครื่องพิมพ์ที่มีประสิทธิภาพและ เทคโนโลยีทันสมัย เรามีบริการครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา การเลือก เครื่องพิมพ์ที่เหมาะสม ไปจนถึงการพิมพ์ฉลากสินค้า และ ออกแบบฉลากสติ๊กเกอร์ติดสินค้าคุณภาพสูงในราคาคุ้มค่า เพื่อช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ และ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของคุณ


 

ติดต่อสอบถาม

บริษัท ดี-สมาร์ท จำกัด
88/8 หมู่ที่ 7 ต.ศีรษะจรเข้ใหญ่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 10570
Phone : 02-346-1216 Fax : 02-346-1215
Hotline : 082-968-9241090-887-7223
E-mail : dsmartit@hotmail.com
Tax : 0105546131739